ทำหน้าใส เชียงใหม่ ราคา เช็คที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic

ทำหน้าใส เชียงใหม่ ราคา เช็คที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic

ทำหน้าใส เชียงใหม่

ทำหน้าใส เชียงใหม่ ราคา เช็คที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic De Jam Clinic (เดอแจม คลินิก) คลินิกความงามที่บริการด้าน สิว ผิวพรรณ และความงาม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ กว่า 14 ปี โทรสอบถาม 098-999-2597  เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจถึงความปลอดภัย เดอแจม คลินิก เราเลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตราฐานจากไทย สหรัฐอเมริกาและมาตรฐานยุโรป ดูแลวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคลเพราะเราเชื่อว่าทุกคนสามารถดูดีได้ในแบบฉบับของตัวเองและสวย หล่อได้ อย่างเป็นธรรมชาติ

 

ทำหน้าใส เชียงใหม่ – ทำหน้าใสกับคลินิก มีกี่วิธี? รวมวิธีดูแลผิวให้กระจ่างใสอย่างปลอดภัย การมีผิวหน้าที่กระจ่างใส เรียบเนียน และมีสุขภาพดี เป็นเป้าหมายของหลายคนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย การดูแลผิวด้วยสกินแคร์เพียงอย่างเดียวอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อมีปัญหาผิวที่ซับซ้อน เช่น ฝ้า กระ รอยสิว รูขุมขนกว้าง หรือผิวหมองคล้ำ หลายคนจึงเลือกเข้ารับบริการที่คลินิกผิวหนังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับปัญหามากขึ้น

ทำหน้าใส เชียงใหม่ปัจจุบันคลินิกความงามมีวิธีทำหน้าใสหลายรูปแบบ ตั้งแต่การผลัดเซลล์ผิว การเติมความชุ่มชื้น การใช้เลเซอร์ ไปจนถึงการกระตุ้นคอลลาเจน แต่ละวิธีมีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนเลือกทำหัตถการ ควรได้รับการประเมินสภาพผิวจากแพทย์ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัย

ทำหน้าใสคืออะไร?

คำว่า ทำหน้าใส ไม่ได้หมายถึงการทำให้ผิวขาวผิดธรรมชาติ แต่หมายถึงการปรับคุณภาพผิวให้มีสุขภาพดี สีผิวสม่ำเสมอ ลดความหมองคล้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมากขึ้น

การรักษาในคลินิกมักเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น เม็ดสี รอยสิว ผิวแห้ง หรือคอลลาเจนลดลง มากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อปกปิดเพียงอย่างเดียว

1. เลเซอร์หน้าใส (Laser Rejuvenation)

เลเซอร์เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะสามารถรักษาปัญหาผิวได้หลายประเภท เช่น

  • รอยดำ

  • จุดด่างดำ

  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ

  • รูขุมขน

  • ผิวหมองคล้ำ

  • รอยแดงบางชนิด

แพทย์จะเลือกชนิดของเลเซอร์ตามปัญหาผิว เช่น Pico Laser, Nd:YAG หรือ Fractional Laser ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

ข้อดีคือสามารถรักษาได้ตรงจุด และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบางกรณี

2. ทรีตเมนต์หน้าใส (Facial Treatment)

ทรีตเมนต์เป็นวิธีดูแลผิวที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว

ตัวอย่างทรีตเมนต์ ได้แก่

  • เติมน้ำให้ผิว

  • มาสก์วิตามิน

  • ผลักวิตามิน

  • ปลอบประโลมผิว

  • ลดผิวแห้ง

  • ฟื้นฟูหลังเลเซอร์

วิธีนี้มักไม่ต้องพักฟื้น และเหมาะสำหรับการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

3. ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว (Vitamin Infusion)

เป็นการใช้เครื่องมือช่วยให้วิตามินหรือสารบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น

สารที่นิยมใช้ เช่น

  • วิตามินซี

  • ไฮยาลูรอน

  • วิตามินบี

  • สารต้านอนุมูลอิสระ

จุดประสงค์คือเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูสดใส และช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ใช้

4. Chemical Peel (ผลัดเซลล์ผิว)

Chemical Peel คือการใช้กรดผลไม้หรือสารผลัดเซลล์ผิวในระดับที่ควบคุมโดยแพทย์

เหมาะสำหรับผู้ที่มี

  • สิวอุดตัน

  • รอยสิว

  • ผิวหมอง

  • ผิวไม่เรียบ

  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ

หลังทำ ผิวอาจมีการลอกบาง ๆ และควรหลีกเลี่ยงแสงแดด พร้อมทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

5. เมโสหน้าใส (Meso Therapy)

เมโสเป็นการนำสารบำรุงเข้าสู่ผิวด้วยวิธีเฉพาะ เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว

จุดประสงค์ที่นิยม ได้แก่

  • เพิ่มความชุ่มชื้น

  • ลดความหมองคล้ำ

  • ฟื้นฟูผิวอ่อนล้า

  • ปรับผิวให้ดูสดใส

ควรทำโดยแพทย์ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

6. Skin Booster

Skin Booster เป็นการเติมสารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นผิว โดยมักเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวมากกว่าการเปลี่ยนรูปหน้า

ข้อดี ได้แก่

  • ผิวอิ่มน้ำ

  • ลดความแห้ง

  • ผิวดูโกลว์

  • แต่งหน้าติดง่าย

  • เพิ่มความยืดหยุ่น

เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ

7. Fractional Laser

Fractional Laser เป็นเลเซอร์ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว

เหมาะสำหรับ

  • หลุมสิว

  • รูขุมขนกว้าง

  • ผิวไม่เรียบ

  • ริ้วรอยเล็ก ๆ

หลังทำอาจมีรอยแดงและต้องพักฟื้นตามชนิดของเครื่องเลเซอร์

8. Pico Laser

Pico Laser เป็นเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมสำหรับปัญหาเม็ดสี

สามารถใช้รักษา

  • ฝ้า

  • กระ

  • จุดด่างดำ

  • รอยดำหลังสิว

  • สีผิวไม่สม่ำเสมอ

จุดเด่นคือใช้พลังงานในช่วงเวลาสั้นมาก จึงช่วยแตกเม็ดสีได้ละเอียด และมักมีระยะพักฟื้นน้อยกว่าบางเลเซอร์

9. กดสิวอย่างถูกวิธี

แม้จะดูเป็นหัตถการพื้นฐาน แต่การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญมีความสำคัญมาก

ข้อดีคือ

  • ลดสิวอุดตัน

  • ลดโอกาสเกิดการอักเสบ

  • ลดการบีบสิวเอง

  • ลดความเสี่ยงเกิดแผลเป็น

ควรทำในคลินิกที่สะอาดและใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อ

เลือกวิธีทำหน้าใสให้เหมาะกับปัญหาผิว

ปัญหาผิวแต่ละแบบเหมาะกับการรักษาแตกต่างกัน

ปัญหาผิว

วิธีที่นิยม

ผิวหมองคล้ำ

ทรีตเมนต์, วิตามิน, Pico

รอยดำสิว

Pico, YAG

หลุมสิว

Fractional CO2

รูขุมขน

Fractional, Skin Booster

ผิวแห้ง

Skin Booster, ทรีตเมนต์

สิวอุดตัน

Chemical Peel, กดสิว

การประเมินสภาพผิวก่อนรักษาจะช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด

หลังทำหน้าใสต้องดูแลอย่างไร?

การดูแลหลังทำมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก ควรปฏิบัติดังนี้

  • ทาครีมกันแดดทุกวัน

  • หลีกเลี่ยงแดดจัด

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

  • งดสครับผิวช่วงแรก

  • ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

  • นอนหลับให้เพียงพอ

หากเป็นเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทำหน้าใสอยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • อายุ

  • สภาพผิว

  • การดูแลหลังทำ

  • การใช้ครีมกันแดด

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต

  • การสูบบุหรี่

  • การนอนหลับ

การทำหน้าใสไม่ใช่การรักษาครั้งเดียวแล้วอยู่ถาวร แต่เป็นการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องร่วมกับการใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม

ควรเลือกคลินิกอย่างไร?

ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณา

  • มีแพทย์ประจำคลินิก

  • ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน

  • มีการประเมินผิวก่อนรักษา

  • อธิบายข้อดีและข้อจำกัดอย่างชัดเจน

  • มีการติดตามผลหลังทำ

  • สถานที่สะอาดและได้มาตรฐาน

ไม่ควรเลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะความปลอดภัยมีความสำคัญมากกว่าค่าใช้จ่าย

ข้อควรรู้ก่อนทำหน้าใส

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ไม่มีหัตถการใดที่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่เป็นฝ้าอาจไม่เหมาะกับเลเซอร์บางชนิด ผู้ที่เป็นสิวอักเสบอาจต้องรักษาสิวก่อนฟื้นฟูผิว

นอกจากนี้ คำว่า “หน้าใส” ควรหมายถึง ผิวสุขภาพดี ไม่ใช่การทำให้ผิวขาวผิดธรรมชาติ เพราะสีผิวของแต่ละคนแตกต่างกันตามพันธุกรรม

การทำหน้าใสกับคลินิกมีหลายวิธี ได้แก่ เลเซอร์หน้าใส, ทรีตเมนต์, ผลักวิตามิน, Chemical Peel, เมโสหน้าใส, Skin Booster, Fractional Laser, Pico Laser และการกดสิวอย่างถูกวิธี แต่ละวิธีมีจุดเด่นและเหมาะกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพผิวโดยแพทย์ เพื่อให้รักษาได้ตรงจุดและปลอดภัย พร้อมทั้งดูแลผิวหลังทำด้วยการทาครีมกันแดด เติมความชุ่มชื้น และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำร้ายผิวอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูแลทั้งในคลินิกและที่บ้านควบคู่กัน ก็จะช่วยให้ผิวหน้าดูสุขภาพดี กระจ่างใส และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นในระยะยาว

สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย
Scroll to Top