คลินิกกดสิว เชียงใหม่ มีโปร ที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic

คลินิกกดสิว เชียงใหม่ มีโปร ที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic

คลินิกกดสิว เชียงใหม่

คลินิกกดสิว เชียงใหม่ ที่เดอแจมคลินิก ปตท.สันทราย ไลน์ @dejamclinic De Jam Clinic (เดอแจม คลินิก) คลินิกความงามที่บริการด้าน สิว ผิวพรรณ และความงาม โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ กว่า 14 ปี โทรสอบถาม 098-999-2597  เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจถึงความปลอดภัย เดอแจม คลินิก เราเลือกใช้เครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตราฐานจากไทย สหรัฐอเมริกาและมาตรฐานยุโรป ดูแลวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคลเพราะเราเชื่อว่าทุกคนสามารถดูดีได้ในแบบฉบับของตัวเองและสวย หล่อได้ อย่างเป็นธรรมชาติ

 

คลินิกกดสิว เชียงใหม่ – สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? สาเหตุ ปัจจัยกระตุ้น และวิธีดูแลผิวอย่างถูกต้อง สิว เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน แต่ในปัจจุบันผู้ใหญ่จำนวนมากก็ประสบปัญหาสิวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวหัวดำ สิวหัวขาว หรือสิวอักเสบ ซึ่งบางคนอาจเป็นสิวเรื้อรังและกลับมาเป็นซ้ำอยู่บ่อย ๆ จนส่งผลต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต

คลินิกกดสิว เชียงใหม่หลายคนอาจเข้าใจว่าสิวเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง สิวเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป การอุดตันของรูขุมขน ฮอร์โมน แบคทีเรีย การอักเสบ พันธุกรรม รวมถึงผลิตภัณฑ์บางชนิดและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการเข้าใจสาเหตุของสิวจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลและรักษาผิวให้เหมาะสม

สิวคืออะไร?

สิวเป็นภาวะที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขนและต่อมไขมัน เมื่อมีการผลิตน้ำมันหรือ Sebum มากขึ้น ประกอบกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมและจับตัวกันจนเกิดการอุดตันภายในรูขุมขน ก็สามารถพัฒนาเป็นสิวได้

เมื่อรูขุมขนอุดตัน อาจเกิดเป็นสิวหัวปิดหรือสิวหัวเปิด หากมีการอักเสบร่วมด้วยก็อาจพัฒนาเป็นสิวแดง สิวหนอง หรือสิวที่มีลักษณะเป็นก้อนลึกใต้ผิวหนัง

สิวจึงไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบภายในผิวหนัง

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว

1. การผลิตน้ำมันมากเกินไป

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการเกิดสิวคือ ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป น้ำมันมีหน้าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและปกป้องผิว แต่หากมีมากเกินไปก็อาจรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้รูขุมขนอุดตัน

ผู้ที่มีผิวมันจึงมักมีโอกาสเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีผิวแห้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าคนผิวแห้งจะไม่มีสิว เพราะปัจจัยอื่นก็สามารถทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

2. รูขุมขนอุดตัน

โดยปกติเซลล์ผิวเก่าจะหลุดออกจากผิวตามธรรมชาติ แต่ในผู้ที่เป็นสิว กระบวนการผลัดเซลล์ผิวภายในรูขุมขนอาจผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วจับตัวรวมกับน้ำมันและสะสมอยู่ภายในรูขุมขน

เมื่อเกิดการอุดตันก็สามารถพัฒนาเป็นสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวได้

3. ฮอร์โมน

ฮอร์โมนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวอย่างมาก โดยเฉพาะ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งสามารถกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น

สิวจึงมักพบในช่วงวัยรุ่นที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้หญิงบางคนอาจพบว่าสิวเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละรอบเดือน

4. เชื้อแบคทีเรียบนผิว

บนผิวหนังของคนเรามีจุลินทรีย์หลายชนิดอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ หนึ่งในนั้นคือ Cutibacterium acnes ซึ่งสามารถเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบของสิวได้

เมื่อรูขุมขนอุดตันและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แบคทีเรียดังกล่าวอาจมีบทบาทในการกระตุ้นการอักเสบ ส่งผลให้สิวอุดตันพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้

ดังนั้นการรักษาสิวจึงไม่ได้มุ่งเพียงการทำความสะอาดผิว แต่ต้องควบคุมการอุดตันและการอักเสบร่วมกันด้วย

5. พันธุกรรม

พันธุกรรมก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวง่าย ก็อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวมากกว่าคนทั่วไป

ลักษณะทางพันธุกรรมอาจเกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมัน ความไวต่อฮอร์โมน และการตอบสนองของผิวต่อการอักเสบ

6. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจทำให้รูขุมขนอุดตันหรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย

การเลือกผลิตภัณฑ์ควรพิจารณาคำว่า Non-Comedogenic ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขน

นอกจากนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีสารออกฤทธิ์แรงพร้อมกันโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและสิวดูรุนแรงขึ้น

สิวเกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดจริงหรือไม่?

การล้างหน้าเป็นส่วนสำคัญของการดูแลผิว แต่ สิวไม่ได้เกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดเพียงอย่างเดียว

การล้างหน้ามากเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงก็อาจทำให้เกราะป้องกันผิวเสียสมดุล เกิดความแห้งและการระคายเคืองได้

โดยทั่วไปควรล้างหน้าอย่างอ่อนโยนและไม่จำเป็นต้องขัดผิวแรง ๆ เพื่อหวังให้สิวหาย เพราะการเสียดสีมากเกินไปอาจทำให้การอักเสบแย่ลง

อาหารเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวหรือไม่?

อาหารอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิวในบางคน แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของสิวในทุกคน

หลักฐานทางการแพทย์มีข้อมูลว่ารูปแบบอาหารที่มี ดัชนีน้ำตาลสูง อาจมีความสัมพันธ์กับสิวในบางกลุ่ม และมีงานวิจัยบางส่วนที่พบความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์นมบางประเภทกับสิว แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ดังนั้นผู้ที่เป็นสิวควรสังเกตว่าการรับประทานอาหารบางชนิดมีความสัมพันธ์กับการกำเริบของสิวหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องงดอาหารจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล

ความเครียดทำให้เกิดสิวได้หรือไม่?

ความเครียดไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวของสิว แต่สามารถเป็น ปัจจัยกระตุ้นหรือทำให้สิวที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้น ในบางคนได้

เมื่อร่างกายมีความเครียด อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและกระบวนการอักเสบ รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น นอนน้อย รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือสัมผัสใบหน้าบ่อยขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพผิวโดยรวม

การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และจัดการความเครียดจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพผิว

สิวมีประเภทอะไรบ้าง?

สิวสามารถแบ่งได้หลายประเภท โดยประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่

สิวหัวดำ

เกิดจากรูขุมขนอุดตัน เมื่อสิ่งอุดตันสัมผัสกับอากาศและเกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี จึงมีลักษณะเป็นจุดสีดำ ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากสิ่งสกปรกเพียงอย่างเดียว

สิวหัวขาว

เป็นสิวอุดตันที่มีรูขุมขนปิด ทำให้เห็นเป็นตุ่มสีขาวหรือสีเดียวกับผิว

สิวอักเสบ

เกิดจากกระบวนการอักเสบ ทำให้มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย

สิวหนอง

เป็นสิวอักเสบที่มีหนองอยู่ภายใน ไม่ควรบีบหรือกดเอง เพราะอาจเพิ่มการอักเสบและทำให้เกิดรอยหรือแผลเป็น

สิวซีสต์หรือสิวอักเสบชนิดรุนแรง

เป็นสิวที่มีการอักเสบลึก อาจมีขนาดใหญ่และเจ็บ หากเป็นมากควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นถาวร

ทำไมไม่ควรบีบสิวเอง?

การบีบสิวด้วยมือหรือเล็บอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของผิวและเพิ่มการอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถนำเชื้อโรคจากมือเข้าสู่ผิว ทำให้สิวติดเชื้อหรืออักเสบมากขึ้น

หากเป็นสิวอุดตันที่จำเป็นต้องนำออก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินและทำหัตถการอย่างเหมาะสม แทนการใช้เล็บบีบเอง

วิธีดูแลผิวเพื่อลดการเกิดสิว

การป้องกันสิวควรทำอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเริ่มจากพื้นฐานง่าย ๆ ดังนี้

  1. ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนวันละ 2 ครั้ง
  2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตันรูขุมขน
  3. หลีกเลี่ยงการจับหรือบีบสิว
  4. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
  5. ทำความสะอาดเครื่องสำอางก่อนนอน
  6. เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าเช็ดหน้าเป็นประจำ
  7. ดูแลเส้นผมไม่ให้มีผลิตภัณฑ์มัน ๆ สัมผัสใบหน้า
  8. นอนหลับให้เพียงพอ
  9. รับประทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล
  10. หากเป็นสิวเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

หากมีสิวเล็กน้อย สามารถเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมและใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสิวที่เหมาะสมได้ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ผิวหนัง

  • สิวอักเสบจำนวนมาก
  • สิวเป็นก้อนลึกและเจ็บ
  • สิวเกิดซ้ำเป็นเวลานาน
  • มีรอยดำหรือแผลเป็นเพิ่มขึ้น
  • ทดลองดูแลด้วยตนเองแล้วไม่ดีขึ้น
  • สิวส่งผลต่อความมั่นใจหรือการใช้ชีวิต

แพทย์สามารถประเมินประเภทและความรุนแรงของสิว รวมถึงเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา ยารับประทาน การกดสิว หรือหัตถการบางประเภทตามความจำเป็น

สิวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตน้ำมันมากเกินไป การอุดตันของรูขุมขน ฮอร์โมน แบคทีเรีย การอักเสบ และพันธุกรรม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว และพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน

การดูแลสิวจึงไม่ควรเน้นเพียงการล้างหน้าให้สะอาดหรือการบีบสิว แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจสาเหตุ เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวมากเกินไป และดูแลสุขภาพโดยรวม หากมีสิวอักเสบรุนแรงหรือเป็นเรื้อรัง การพบแพทย์ผิวหนังจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้ตรงกับสาเหตุและลดความเสี่ยงของรอยสิวและแผลเป็นในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

สมาคมศัลยกรรมและเวชศาสตร์เพื่อการเสริมสวยประเทศไทย
Scroll to Top